ความเดิมตอนที่แล้ว >> จิ้มเอาเลย
ยังไม่เคยอ่านเลยสักตอน >> กลับไปอ่านตอนแรกสุดซะ!!!
----------------------------------------------
(ภาพจาก เห็นด้วยไหมครับว่ามันสวยและเหมาะกับเรื่องนี้มาก)
----------------------------------------------
(ต่อจากตอนที่แล้ว)
อากาศในห้องเครื่องนั้นเกินกว่าจะเรียกว่าอบอ้าวได้แล้ว
พูดว่ากึ่งสุกกึ่งดิบน่าจะถูกต้องกว่า มันมีหม้อน้ำ ลูกสูบเลื่อนขึ้นลง ฟันเฟืองหมุนกึงกังอยู่ในเครื่องจักรใหญ่เท่ารถโฟร์วิล
ไอน้ำฉีดพล่านกระจายเกาะตัวเป็นกลุ่มหมอกคอยบดบังทัศนียภาพของสายโซ่กับท่อส่งระเกะระกะไร้ระเบียบให้พร่าเลือน
แสงสีส้มเรืองรองลอดผ่านช่องแคบๆบนตู้โลหะดำทะมึน แต่ละตู้โยงกันด้วยสายเกลียวกระพริบวูบวาบ
โดยทั้งหมดเชื่อมต่อกันนำไปสู่เครื่องกลหน้าตาคล้ายใจกลางของอะไรสักอย่างตามภาพยนตร์ไซไฟสูงเกือบสิบเมตร
ในที่นี้สิ่งแรกที่แวบขึ้นมาในหัวเด็กหนุ่มเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของมันก็คือแมงกะพรุนบ้าพลัง
เทเรซ่าง่วนอยู่กับแผงควบคุมดูซับซ้อนขณะที่เขาได้แต่ยืนเอ๋ออยู่ด้านหลัง
แม่มดผมบลอนด์โยนสายไฟซึ่งตรงปลายเชื่อมกับหลอดแก้วพลาสม่าแวววาวมาให้เขา “จับแน่นๆ”
เธอบอก “เดี๋ยวพอฉันสับคันโยก นายก็จะได้ก-”
พริบตานั้นเอง เงาสายหนึ่งก็ตวัดลงมายังร่างเด็กสาว
ปลายแหลมของมันปักเข้าที่หลังทะลุออกใต้ชายโครงขวา เธอล้มลงต่อหน้าเขา เลือดแดงฉานสาดกระจายราวกับภาพช้า
ไม่ทันได้ร้องสักแอะ
เกลตะโกนเรียกชื่อเธอ ทว่าเงาอีกสายตวัดลงมาหมายบั่นศีรษะเขา
เทเรซ่ากัดฟันกรอด เธอสะบัดแขน จากนั้นเพลิงก็พุ่งเข้าปะทะกับชิ้นส่วนฮังเกอร์ ขับไล่พวกมันแตกฮือไป
ทว่าเธอก็กระอักเลือดออกมาอีกกองใหญ่
“จะรีบไปไหนจ๊ะ เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย”
หญิงสาวสวมหน้ากากก้าวออกมาจากเงาสลัว หล่อนเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏตัวในห้องสมุดซากศพ
ถ้าหล่อนมาที่นี่ได้ละก็ งั้นเกิดอะไรขึ้นกับไลลาและเอลิซกัน “พวกนั้นรับมือไม่ยากเท่าไหร่
พอแม่มดแห่งมิราเคิล คอลเลคเตอร์อยู่ที่เดียวกันไม่ครบ แถมยังขาดผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไปคนก็ทำอะไรไม่ได้เลยนะ”
“แก!” เทเรซ่าคำราม
จากนั้นจึงแปรเป็นเสียงกรีดร้องเมื่อถูกฝ่ายนั้นเหยียบเข้าที่บาดแผล
“ลาก่อน กัปตันผู้ยิ่งใหญ่แห่งมิราเคิล
คอลเลคเตอร์” ผู้นำแห่งพันธมิตรแห่งความมืดบอดพูดเสียงหวานพลางชี้มือมาทางเขา ฮังเกอร์สามตนปรากฏตัวขึ้นข้างกายหล่อนและหลอมรวมกันเป็นแส้
“ข้าจะไม่พูดว่าคิดถึงเจ้าหรอกนะ นั่นเพราะข้าจะไม่คิดถึงเจ้าจริงๆน่ะสิ!”
แส้ตวัดขวับ ถึงมันจะไม่คมเหมือนดาบซามูไรหรือรูปร่างหน้าตาไม่ได้ส่ออันตรายถึงตายก็ตาม
ทว่าเด็กหนุ่มเชื่อว่าหากโดนเข้าไปจังๆละก็ไม่มีทางที่เขาจะรอดได้เลย
ความกลัวแผ่ขยายเฉกเช่นพิษร้ายในกระแสเลือด
ร่างกายหนักอึ้ง เขาถูกตรึงให้ยืนอยู่ตรงนั้น แม้จะร้องก็ยังทำไม่ได้ ขณะจับจ้องความตายคืบคลานเข้ามาหาในหน่วยเสี้ยววินาทีอันยาวนานราวชั่วชีวิต
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะกระทบดังเคร้งแทรกเข้ามาในโสตประสาที่กลับมาทำงานเต็มที่อีกครั้ง
เรือนผมสีแดงสดขยับไหวตามจังหวะการจู่โจมที่เฉียบคมรุนแรง หนุ่มกัปตันเปลือยครึ่งท่อนกับบ็อกเซอร์ลายลูกเจี๊ยบโผล่มาจากไหนไม่รู้กลับมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้มาในเครื่องแบบเต็มยศของโจรสลัดผู้หล่อเหล่า เสื้อโค้ทตัวโคร่งคาดทับด้วยเข็มขัดปืน
ฝักดาบเหน็บที่เข็มขัดและรองเท้าบู้ทหนังมังกร เขาเพิ่งจะใช้ดาบเรเปียร์ดูบอบบางทำลายแส้เงาทิ้งด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว
แล้วซัดต่อด้วยปืนพก กระสุนทำอะไรศัตรูไม่ได้ ชายหนุ่มขว้างปืนทิ้งจากนั้นกระโจนขึ้นไปแทงดาบใส่
หญิงสาวสวมหน้ากากสะบัดผ้าคลุม ร่างแตกเป็นหยาดเงาสลายไป
“เบียง แมร์ซี่!” กัปตันตะโกน
“ชัวเยอซานิแวร์แซร์!!!”
“เอ็งตะโกนบ้าอะไรฟะ” เทเรซ่าแหว พร้อมกันนั้นก็กระอักเลือดไปด้วย
เกลสะดุ้งได้สติ เขารีบวิ่งไปประคองสาวผมบลอนด์ไว้ในอ้อมแขน เลือดอุ่นๆไหลเปรอะมือทำเอาเด็กหนุ่มแทบลมใส่
ทว่าเขากล้ำกลืนความรู้สึกคลื่นเหียนกลับลงไป “ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจขนาดนั้นก็ได้น่า”
“ผม... ผมน่ะ เอ่อ...” เขารู้สึกว่าตนควรจะพูดอะไรออกมา
อะไรก็ได้สักอย่าง ทว่าสภาวะอารมณ์ในตัวเขาตอนนี้มีมากเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะรับไหว
“ผม...”
“ถึงเวลากลับแล้ว เกล” มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่
กัปตันมองเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่มีอะไรที่นายทำได้อีกแล้ว”
“คะ คุณ... คุณหมายความว่าไง” เขาละล่ำละลักถาม
ตอนนั้นเอง เสียงโหยหวนดังขึ้น
“แกเองสินะ กัปตันในตำนานคนนั้น ผู้ก่อตั้งคาราวานแฟนตาซี! ถ้าข้ากำจัดเจ้าได้
กองเรือที่น่าชิงชังของแกก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไป”
หนุ่มผมแดงเลิกคิ้วซ้ายขึ้น “กำจัดผมงั้นหรือ
จิตวิญญาณที่แห้งผากอย่างพวกแกเนี่ยนะ ไม่มีทางซะหรอก และต่อให้โลกนี้ไม่มีผมอีกต่อไป
ยังไงแสงแห่งจินตนาการก็จะไม่มีวันดับสูญ ตราบเท่าที่ผู้คนยังเล่าเรื่องราว ตราบเท่าที่ความเป็นแฟนตาซียังคงสถิตอยู่ในหัวใจใครสักคน
ไม่ว่ายังไงก็จะมีคนลุกขึ้นต่อต้านพวกแกเสมอละ”
“ไร้สาระ! วันนี้โลกจะจารึกถึงความตายของกัปตันทั้งสองรุ่น
คาราวานแฟนตาซีจะต้องพินาศสิ้น เหมือนที่ข้าทำลายดิ ออริจินัล คอลเลคเตอร์ลำนี้!” สิ้นเสียง เงามากมายก็พุ่งลงมาจากความมืดซึ่งเกาะกุมเพดาน กัปตันฉีกยิ้มเหี้ยมก่อนกระโจนควงเรเปียร์วาววับเข้าปะทะ
“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก” เทเรซ่าพูดเสียงแผ่ว
นัยน์ตาหรี่ปรือลงอย่างง่วงงุน ทว่าเกลรู้ดีว่าไม่ใช่เช่นนั้น “ฉันรู้ว่านายจะมาช่วยฉันเสมอ
ไม่ว่าเมื่อไหร่...” เธอยัดแท่งแก้วประจุพลาสม่าใส่มือเขา เลือดปกคลุมเนื้อเรียบลื่นให้ความรู้สึกหนืดๆเหนียวเหนอะหนะ
“ฉันขอโทษนะที่แสดงท่าทางไม่ดีใส่นาย ช่วยไม่ได้นี่นา... เพราะว่าตัวนายสมัยนั้นน่ะชวนให้รู้สึก...
หงุดหงิด... เป็นบ้า”
“ไม่นะ...”
“การได้ออกมาผจญภัยจริงๆแบบนี้... ดีกว่าเล่นเกมเป็นไหนๆใช่ไหมล่ะ”
เธอกล่าวต่อ พลางดึงคอเสื้อให้เขาโน้มตัวลงมา “การที่นายชื่นชอบเรื่องราวชั้นเยี่ยม...
ไม่ใช่ความผิดหรอก” หญิงสาวหอบหายใจ “แต่ถ้าขืนนายเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในโลก... จินตนาการอย่างเดียว
นายไม่มีทางที่จะก้าวไปข้างหน้าได้... ขอแค่มีความกล้าเท่านั้น... จำไว้นะ... ความแฟนตาซีไม่ได้อยู่ในเกม...
หรือหนังสือเสมอไป... ทว่าพวกมัน... อยู่รอบๆตัวเรา... ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองของนาย”
แล้วเธอก็แนบริมฝีปากกับเขา สัมผัสจากเธอแสบร้อนวูบวาบกระนั้นก็เป็นความรู้สึกที่ดี
ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วยิ่ง อาจเร็วเกินไปด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะรู้ตัว
เธอก็ถอนริมฝีปากไปจากเขาเสียแล้ว เหลือเพียงความหอมหวานแทบหลอมละลายกับกลิ่นกรุ่นแห่งชีวิตทิ้งเอาไว้
จงตามหาฉัน...
จงตามหามิราเคิล คอลเลคเตอร์...
จงตามหาเรือคาราวานแฟนตาซีให้พบ...
----------------------------------------------------------
เรนเกลสะดุ้งตื่น และพบว่าตัวเองอยู่ในห้องหน้าตาเหมือนหอบังคับการเรือเหาะท่องอวกาศตามหนังไซไฟ
จอพลาสม่าเบื้องหน้าฉายภาพความเวิ้งว้างของจักวาลอันไร้ที่สิ้นสุด เขาสูดกลิ่นอายอันคุ้นเคยของมิราเคิล
คอลเลคเตอร์เข้าเต็มปอดเพื่อให้แน่ใจว่าตนได้ตื่นจากความฝันแล้ว ถึงอย่างนั้นรสจูบแห่งความทรงจำอันร้อนระอุที่เขาอาจเผลอลืมเลือนไปกลับแจ่มชัดบนริมฝีปากราวกับเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ
เขาลืมไปได้ยังไงกันนะ ทั้งที่จูบครั้งนั้นเป็นทั้งจูบแรกของเขา
อีกทั้งก้าวแรกที่มอบความกล้าให้เขาออกตามหาจิตวิญญาณแห่งแฟนตาซีกระทั่งกลายมาเป็นกัปตันแห่งคาราวานผู้ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
“กัปตันเป็นอะไรไปหรือเมี๊ยว” สาวร่างเล็กชะโงกหน้าเหนือเขา
หล่อนเป็นเด็กหญิงไซส์เด็กประถมสวมกิโมโนสั้นเต่อสีคราม ผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้โด่เด่ไร้ระเบียบ
และมีหูแมวกระดิกอยู่บนหัว เธอคือริฟา รีฟ
แม่มดคนที่สี่แห่งเรือแฟนตาซีมิราเคิล คอลเลคเตอร์ ต้นหนของเขา
“ไม่มีอะไรหรอก แค่... ฝันเห็นเรื่องเก่าๆน่ะ”
เด็กสาวจ้องเขาอย่างไม่แน่ใจนัก
“แต่เพราะอย่างนั้น ผมถึงรู้ว่าพวกเทเรซ่าหายตัวไปไหนยังไงละ”
เขาพูดต่อ “ริฟา!
ติดต่อไปยังกองเรือคาราวานแฟนตาซี โดยเฉพาะเรือในตำนานของตาลุงกัปตัน
แจ้งว่าทางเราพบตัวอีตากัปตันผมแดงที่ตกจากเรือมาถึงแปดร้อยปีแล้ว”
“แล้วเราจะไปที่ไหนกันละเมี๊ยว” ริฟาเอียงคอหลังจากสวมหูฟังติดไมโครโฟนเรียบร้อย
เธอดูตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อพยายามทำหน้าที่ทั้งควบคุมแผงสื่อสารดีไซน์สุดล้ำกับพังงาเรือไปพร้อมๆกัน
“แน่อยู่แล้ว ก็ต้องไปช่วยพวกเทเรซ่าน่ะสิ”
เขาพูด “เดินเครื่องเต็มกำลัง เราจะไปลุยสุดขอบโลกกัน!!!”
จบ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น