วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

(Fantasy Short Story) - The Dream where Miracle begins. [Part 3 END]

กลับมาแล้วครับ กับ Part จบของเรื่องสั้น The Dream where Miracle begins. และแล้ว โปรเจ็คเรื่องสั้น(ที่ยาวถึง 3 บทความ) ก็จบลง ตอนนี้ผมมีเขียนเรื่องสั้นแนวอีโรติกเหนือธรรมชาติอีกหนึ่งเรื่อง(ก็ส่งประกวดนะ แต่ไม่รอดอีกตามเคย) ไว้จะเอามาลงต่อครับ สำหรับท่านที่รอ(หรือไม่รอ หรืออาจรอ หรือ... ช่างเถอะ)

ความเดิมตอนที่แล้ว >> จิ้มเอาเลย
ยังไม่เคยอ่านเลยสักตอน >> กลับไปอ่านตอนแรกสุดซะ!!!
----------------------------------------------

(ภาพจาก www.flash-screen.com เห็นด้วยไหมครับว่ามันสวยและเหมาะกับเรื่องนี้มาก)
----------------------------------------------

(ต่อจากตอนที่แล้ว)
อากาศในห้องเครื่องนั้นเกินกว่าจะเรียกว่าอบอ้าวได้แล้ว พูดว่ากึ่งสุกกึ่งดิบน่าจะถูกต้องกว่า มันมีหม้อน้ำ ลูกสูบเลื่อนขึ้นลง ฟันเฟืองหมุนกึงกังอยู่ในเครื่องจักรใหญ่เท่ารถโฟร์วิล ไอน้ำฉีดพล่านกระจายเกาะตัวเป็นกลุ่มหมอกคอยบดบังทัศนียภาพของสายโซ่กับท่อส่งระเกะระกะไร้ระเบียบให้พร่าเลือน แสงสีส้มเรืองรองลอดผ่านช่องแคบๆบนตู้โลหะดำทะมึน แต่ละตู้โยงกันด้วยสายเกลียวกระพริบวูบวาบ โดยทั้งหมดเชื่อมต่อกันนำไปสู่เครื่องกลหน้าตาคล้ายใจกลางของอะไรสักอย่างตามภาพยนตร์ไซไฟสูงเกือบสิบเมตร ในที่นี้สิ่งแรกที่แวบขึ้นมาในหัวเด็กหนุ่มเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของมันก็คือแมงกะพรุนบ้าพลัง

เทเรซ่าง่วนอยู่กับแผงควบคุมดูซับซ้อนขณะที่เขาได้แต่ยืนเอ๋ออยู่ด้านหลัง แม่มดผมบลอนด์โยนสายไฟซึ่งตรงปลายเชื่อมกับหลอดแก้วพลาสม่าแวววาวมาให้เขา “จับแน่นๆ” เธอบอก “เดี๋ยวพอฉันสับคันโยก นายก็จะได้ก-”

พริบตานั้นเอง เงาสายหนึ่งก็ตวัดลงมายังร่างเด็กสาว ปลายแหลมของมันปักเข้าที่หลังทะลุออกใต้ชายโครงขวา เธอล้มลงต่อหน้าเขา เลือดแดงฉานสาดกระจายราวกับภาพช้า ไม่ทันได้ร้องสักแอะ

เกลตะโกนเรียกชื่อเธอ ทว่าเงาอีกสายตวัดลงมาหมายบั่นศีรษะเขา เทเรซ่ากัดฟันกรอด เธอสะบัดแขน จากนั้นเพลิงก็พุ่งเข้าปะทะกับชิ้นส่วนฮังเกอร์ ขับไล่พวกมันแตกฮือไป ทว่าเธอก็กระอักเลือดออกมาอีกกองใหญ่

“จะรีบไปไหนจ๊ะ เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย” หญิงสาวสวมหน้ากากก้าวออกมาจากเงาสลัว หล่อนเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏตัวในห้องสมุดซากศพ ถ้าหล่อนมาที่นี่ได้ละก็ งั้นเกิดอะไรขึ้นกับไลลาและเอลิซกัน “พวกนั้นรับมือไม่ยากเท่าไหร่ พอแม่มดแห่งมิราเคิล คอลเลคเตอร์อยู่ที่เดียวกันไม่ครบ แถมยังขาดผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไปคนก็ทำอะไรไม่ได้เลยนะ”

“แก!” เทเรซ่าคำราม จากนั้นจึงแปรเป็นเสียงกรีดร้องเมื่อถูกฝ่ายนั้นเหยียบเข้าที่บาดแผล

“ลาก่อน กัปตันผู้ยิ่งใหญ่แห่งมิราเคิล คอลเลคเตอร์” ผู้นำแห่งพันธมิตรแห่งความมืดบอดพูดเสียงหวานพลางชี้มือมาทางเขา ฮังเกอร์สามตนปรากฏตัวขึ้นข้างกายหล่อนและหลอมรวมกันเป็นแส้ “ข้าจะไม่พูดว่าคิดถึงเจ้าหรอกนะ นั่นเพราะข้าจะไม่คิดถึงเจ้าจริงๆน่ะสิ!

แส้ตวัดขวับ ถึงมันจะไม่คมเหมือนดาบซามูไรหรือรูปร่างหน้าตาไม่ได้ส่ออันตรายถึงตายก็ตาม ทว่าเด็กหนุ่มเชื่อว่าหากโดนเข้าไปจังๆละก็ไม่มีทางที่เขาจะรอดได้เลย

ความกลัวแผ่ขยายเฉกเช่นพิษร้ายในกระแสเลือด ร่างกายหนักอึ้ง เขาถูกตรึงให้ยืนอยู่ตรงนั้น แม้จะร้องก็ยังทำไม่ได้ ขณะจับจ้องความตายคืบคลานเข้ามาหาในหน่วยเสี้ยววินาทีอันยาวนานราวชั่วชีวิต

ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะกระทบดังเคร้งแทรกเข้ามาในโสตประสาที่กลับมาทำงานเต็มที่อีกครั้ง เรือนผมสีแดงสดขยับไหวตามจังหวะการจู่โจมที่เฉียบคมรุนแรง หนุ่มกัปตันเปลือยครึ่งท่อนกับบ็อกเซอร์ลายลูกเจี๊ยบโผล่มาจากไหนไม่รู้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มาในเครื่องแบบเต็มยศของโจรสลัดผู้หล่อเหล่า เสื้อโค้ทตัวโคร่งคาดทับด้วยเข็มขัดปืน ฝักดาบเหน็บที่เข็มขัดและรองเท้าบู้ทหนังมังกร เขาเพิ่งจะใช้ดาบเรเปียร์ดูบอบบางทำลายแส้เงาทิ้งด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว แล้วซัดต่อด้วยปืนพก กระสุนทำอะไรศัตรูไม่ได้ ชายหนุ่มขว้างปืนทิ้งจากนั้นกระโจนขึ้นไปแทงดาบใส่ หญิงสาวสวมหน้ากากสะบัดผ้าคลุม ร่างแตกเป็นหยาดเงาสลายไป

เบียง แมร์ซี่!” กัปตันตะโกน “ชัวเยอซานิแวร์แซร์!!!

“เอ็งตะโกนบ้าอะไรฟะ” เทเรซ่าแหว พร้อมกันนั้นก็กระอักเลือดไปด้วย เกลสะดุ้งได้สติ เขารีบวิ่งไปประคองสาวผมบลอนด์ไว้ในอ้อมแขน เลือดอุ่นๆไหลเปรอะมือทำเอาเด็กหนุ่มแทบลมใส่ ทว่าเขากล้ำกลืนความรู้สึกคลื่นเหียนกลับลงไป “ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจขนาดนั้นก็ได้น่า”

“ผม... ผมน่ะ เอ่อ...” เขารู้สึกว่าตนควรจะพูดอะไรออกมา อะไรก็ได้สักอย่าง ทว่าสภาวะอารมณ์ในตัวเขาตอนนี้มีมากเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะรับไหว “ผม...”

“ถึงเวลากลับแล้ว เกล” มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ กัปตันมองเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่มีอะไรที่นายทำได้อีกแล้ว”

“คะ คุณ... คุณหมายความว่าไง” เขาละล่ำละลักถาม ตอนนั้นเอง เสียงโหยหวนดังขึ้น

“แกเองสินะ กัปตันในตำนานคนนั้น ผู้ก่อตั้งคาราวานแฟนตาซี! ถ้าข้ากำจัดเจ้าได้ กองเรือที่น่าชิงชังของแกก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไป”

หนุ่มผมแดงเลิกคิ้วซ้ายขึ้น “กำจัดผมงั้นหรือ จิตวิญญาณที่แห้งผากอย่างพวกแกเนี่ยนะ ไม่มีทางซะหรอก และต่อให้โลกนี้ไม่มีผมอีกต่อไป ยังไงแสงแห่งจินตนาการก็จะไม่มีวันดับสูญ ตราบเท่าที่ผู้คนยังเล่าเรื่องราว ตราบเท่าที่ความเป็นแฟนตาซียังคงสถิตอยู่ในหัวใจใครสักคน ไม่ว่ายังไงก็จะมีคนลุกขึ้นต่อต้านพวกแกเสมอละ”

“ไร้สาระ! วันนี้โลกจะจารึกถึงความตายของกัปตันทั้งสองรุ่น คาราวานแฟนตาซีจะต้องพินาศสิ้น เหมือนที่ข้าทำลายดิ ออริจินัล คอลเลคเตอร์ลำนี้!” สิ้นเสียง เงามากมายก็พุ่งลงมาจากความมืดซึ่งเกาะกุมเพดาน กัปตันฉีกยิ้มเหี้ยมก่อนกระโจนควงเรเปียร์วาววับเข้าปะทะ

“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก” เทเรซ่าพูดเสียงแผ่ว นัยน์ตาหรี่ปรือลงอย่างง่วงงุน ทว่าเกลรู้ดีว่าไม่ใช่เช่นนั้น “ฉันรู้ว่านายจะมาช่วยฉันเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่...” เธอยัดแท่งแก้วประจุพลาสม่าใส่มือเขา เลือดปกคลุมเนื้อเรียบลื่นให้ความรู้สึกหนืดๆเหนียวเหนอะหนะ “ฉันขอโทษนะที่แสดงท่าทางไม่ดีใส่นาย ช่วยไม่ได้นี่นา... เพราะว่าตัวนายสมัยนั้นน่ะชวนให้รู้สึก... หงุดหงิด... เป็นบ้า”

“ไม่นะ...”

“การได้ออกมาผจญภัยจริงๆแบบนี้... ดีกว่าเล่นเกมเป็นไหนๆใช่ไหมล่ะ” เธอกล่าวต่อ พลางดึงคอเสื้อให้เขาโน้มตัวลงมา “การที่นายชื่นชอบเรื่องราวชั้นเยี่ยม... ไม่ใช่ความผิดหรอก” หญิงสาวหอบหายใจ “แต่ถ้าขืนนายเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในโลก... จินตนาการอย่างเดียว นายไม่มีทางที่จะก้าวไปข้างหน้าได้... ขอแค่มีความกล้าเท่านั้น... จำไว้นะ... ความแฟนตาซีไม่ได้อยู่ในเกม... หรือหนังสือเสมอไป... ทว่าพวกมัน... อยู่รอบๆตัวเรา... ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองของนาย”

แล้วเธอก็แนบริมฝีปากกับเขา สัมผัสจากเธอแสบร้อนวูบวาบกระนั้นก็เป็นความรู้สึกที่ดี ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วยิ่ง อาจเร็วเกินไปด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะรู้ตัว เธอก็ถอนริมฝีปากไปจากเขาเสียแล้ว เหลือเพียงความหอมหวานแทบหลอมละลายกับกลิ่นกรุ่นแห่งชีวิตทิ้งเอาไว้

จงตามหาฉัน...

จงตามหามิราเคิล คอลเลคเตอร์...

จงตามหาเรือคาราวานแฟนตาซีให้พบ...

----------------------------------------------------------

เรนเกลสะดุ้งตื่น และพบว่าตัวเองอยู่ในห้องหน้าตาเหมือนหอบังคับการเรือเหาะท่องอวกาศตามหนังไซไฟ จอพลาสม่าเบื้องหน้าฉายภาพความเวิ้งว้างของจักวาลอันไร้ที่สิ้นสุด เขาสูดกลิ่นอายอันคุ้นเคยของมิราเคิล คอลเลคเตอร์เข้าเต็มปอดเพื่อให้แน่ใจว่าตนได้ตื่นจากความฝันแล้ว ถึงอย่างนั้นรสจูบแห่งความทรงจำอันร้อนระอุที่เขาอาจเผลอลืมเลือนไปกลับแจ่มชัดบนริมฝีปากราวกับเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เขาลืมไปได้ยังไงกันนะ ทั้งที่จูบครั้งนั้นเป็นทั้งจูบแรกของเขา อีกทั้งก้าวแรกที่มอบความกล้าให้เขาออกตามหาจิตวิญญาณแห่งแฟนตาซีกระทั่งกลายมาเป็นกัปตันแห่งคาราวานผู้ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

“กัปตันเป็นอะไรไปหรือเมี๊ยว” สาวร่างเล็กชะโงกหน้าเหนือเขา หล่อนเป็นเด็กหญิงไซส์เด็กประถมสวมกิโมโนสั้นเต่อสีคราม ผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้โด่เด่ไร้ระเบียบ และมีหูแมวกระดิกอยู่บนหัว เธอคือริฟา  รีฟ แม่มดคนที่สี่แห่งเรือแฟนตาซีมิราเคิล คอลเลคเตอร์ ต้นหนของเขา

“ไม่มีอะไรหรอก แค่... ฝันเห็นเรื่องเก่าๆน่ะ”

เด็กสาวจ้องเขาอย่างไม่แน่ใจนัก

“แต่เพราะอย่างนั้น ผมถึงรู้ว่าพวกเทเรซ่าหายตัวไปไหนยังไงละ” เขาพูดต่อ “ริฟา! ติดต่อไปยังกองเรือคาราวานแฟนตาซี โดยเฉพาะเรือในตำนานของตาลุงกัปตัน แจ้งว่าทางเราพบตัวอีตากัปตันผมแดงที่ตกจากเรือมาถึงแปดร้อยปีแล้ว”

“แล้วเราจะไปที่ไหนกันละเมี๊ยว” ริฟาเอียงคอหลังจากสวมหูฟังติดไมโครโฟนเรียบร้อย เธอดูตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อพยายามทำหน้าที่ทั้งควบคุมแผงสื่อสารดีไซน์สุดล้ำกับพังงาเรือไปพร้อมๆกัน

“แน่อยู่แล้ว ก็ต้องไปช่วยพวกเทเรซ่าน่ะสิ” เขาพูด “เดินเครื่องเต็มกำลัง เราจะไปลุยสุดขอบโลกกัน!!!

จบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น