วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

(Fantasy Short Story) - The Dream where Miracle begins. [Part 1]

ตอนแรกก็คิดนะว่าถ้าจะเริ่มเขียนบล็อค ตัวเองควรจะเริ่มต้นที่อะไร โอเค ว่ากันตามจริง ผมคิดนะว่าอยากพร่ำบ่นเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆที่นัก(อยาก)เขียนควรมี อยากเช่นการวางโครงเรื่อง คิดตัวละคร ฯลฯ อะไรงี้ แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่มีเวลาน่ะสิ!!! ดังนั้น ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนการใหม่เสียก่อน ไปๆมาๆก๋เลยกลับกลายเป็นการลงเรื่องสั้นที่ตัวเองเคยเขียนไปเสียนี่ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่ยอมแพ้กับความต้องการที่จะให้คำแนะนำกับนัก(อยาก)เขียนทั้งหลายอยู่ดี เพราะงั้นช่วยอดใจรอกันนิดหนึ่งนะครับ

สำหรับเรื่องสั้นนี้ ผมเขียนขึ้นเมื่อช่วงต้นปีสำหรับส่งประกวดของคาราวานไทยแฟนตาซี(แต่ตกรอบครับ อย่าให้ย้ำสิ! แหม!!!) สำหรับเรื่องนี้จะขอแบ่งเป็น part ย่อยๆ เพราะไม่อยากให้ยาวเกินไปครับผม ส่วนตัวละครในเรื่อง ทุกตัวเป็นออริขอผมเอง ยกเว้น "กับตัน" จ้า เพราะงั้น อ่านๆไปก็อย่างงล่ะว่าอีตาโรคจิตผมแดงนั้นมาจากที่ไหน โดยผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน!!!

-------------------------------------------------------------------------------
(ภาพจาก wide-wallpapers.net - คิดว่ามันน่าจะคล้ายกับอิมเมจเรื่องในช่วงหลังๆน่ะ)

The Dream where Miracle begins.
สักราวหนึ่งชั่วโมงก่อน เรนเกล ไคลด์เพิ่งถูกต่อยแว่นแตก แว่นแตกเชียวนะ ขาหักชี้โด่เด่อย่างน่าสมเพช เขาต้องกล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บปวด และยิ่งไปกว่านั้นคือความทรมานจากการกระเป๋าฟีบเดินลากขากลับบ้าน ยัยอันธพาลพวกนั้นไม่เหลือค่ารถทิ้งไว้ให้ด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยเกมจีบสาวที่เพิ่งไปสอยหลังเลิกเรียนก็ยังปลอดภัยดีในกระเป๋าเลอะโคลน

ถูกแล้ว เขาน่ะเป็นพวกบ้าการ์ตูน โอตาคุตัวพ่อในระดับที่หนังสือการ์ตูนถูกแบ่งออกเป็นคำว่า คอมมิค กับ มังหงะ สองในสามของเกมทั้งหมดที่เขาเล่นนั้นคือเกมจีบสาว ยิ่งไปกว่านั้นประมาณเก้าสิบจุดห้าเปอร์เซนต์ล้วนติดเรทห้ามเด็กดีเล่นทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลงี่เง่าที่กล่าวมาข้างต้นบวกกับรูปลักษณ์ภาพนอกของเรนเกล(หรือเรียกสั้นๆว่าเกล)ซึ่งขาดการเอาใจใส่ ผมเผ้ายาวรุงรัง ดวงตาใต้แว่นที่เกือบถูกกลืนหายไปใต้ผมหน้าม้ากับท่าทางหดหู่(ยังไม่รวมเรื่องที่วันหยุดเขาชอบใส่เสื้อยืดลายนางเอกอกโตๆจากการ์ตูนด้วยนะ) เขาจึงมักถูกกีดกันจากคนรอบข้างเสมอ ยกเว้นบรรดาอันธพาลทั้งหลายซึ่งพร้อมใจอ้าแขนรับในฐานะของตู้กดเงินเคลื่อนที่ กระทั่งเด็กหนุ่มจำไม่ได้แล้วว่าเกมกับการ์ตูนเหล่านั้นสำคัญกับเขาอย่างไร เขาในตอนนี้ก็แค่ฝังตัวเองกับโลกจินตนาการเพื่อหลีกหนีความจริงอันแสนโหดร้าย ยิ่งถูกแกล้งเท่าใด ถูกรังเกียจมากขนาดไหน เขาก็ยิ่งออกห่างจากความเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น

ใช่แล้ว โลกนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญสำหรับเขาหรอก นอกเสียจากการ์ตูนและเกมเนื้อเรื่องดีๆสักหลายร้อยหลายพันเรื่อง

เกลเหวี่ยงกระเป๋าลงพื้นข้างเตียง ถอดแว่นขาหักเปลี่ยนเป็นอันสำรอง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ เขารอจนหน้าจอเข้ามายังส่วนที่เริ่มใช้งานได้ ก่อนเอี้ยวตัวไปหยิบเกมจีบสาวติดเรทในกระเป๋านักเรียนที่ไม่มีอยู่ออกมา

ทว่าสิ่งเดียวที่เขาคว้าได้มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

เด็กหนุ่มขนลุกซู่ เป็นไปไม่ได้ ก็เขาโยนกระเป๋าทิ้งไว้บนพื้นตรงนั้นนี่นา ถ้างั้นทำไมเขาถึงได้หยิบไม่โดนล่ะ หรือว่ามีขโมย!?! แต่นี่ตูเพิ่งโดนไถเงินค่าขนมมาหมาดๆเองนะเฟ้ย! จะบอกว่ายังไม่ทันพักหายใจก็โดนปล้นต่อเลยเรอะ!!!

เกลหันขวับไปพร้อมคว้าดาบจำลองจากซีรีย์ การละเล่นแห่งบัลลังก์ จากกำแพงหัวเตียง อย่างกับมันจะช่วยได้งั้นแหละ อย่าว่าแต่โจรผู้ใช้คาตานะเลย แค่ขโมยมามือเปล่าเขายังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะด้วยดาบพลาสติกได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ บางทีเขาอาจกรี๊ดใส่จนมันหนีไปเองก็ได้นะ

แล้วเรนเกลก็กรี๊ดออกมาเสียงดังลั่น

ปรากฏว่าหัวขโมยผู้นั้นเป็นหนุ่มรูปงามผู้มีเรือนผมประบ่าสีแดงสด ผ้าโพกหัวสีเหลืองประดับด้วยลูกปัดคาดทับปิดหน้าผาก ร่างสูงโปร่งของหมอนั่นนอนตะแคงอยู่บนเตียงหันหน้ามาทางเขา ทันทีที่แววตาสีอำพันของชายหนุ่มแปลกประหลาดสบกับเกล อีกฝ่ายเขินจนหน้าแดง รีบหลบตา และใช้นิ้วเขี่ยหมอนเล่น

“ถึงจ้องกันขนาดนี้เค้าก็ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันหรอกนะ” หมอนั่นพูดเขินๆ

ว้ากกกกกกกก ตูไม่ได้จ้องเฟ้ยยย!!!” เกลถึงกับกระเด็นตกเก้าอี้เลยทีเดียว ก็หมอนั่น... ก็หมอนั่นน่ะ!!! “นายเป็นใคร! แล้วเข้ามาข้างในนี้ได้ยังไง!” เขาสอดส่ายสายตาไปรอบๆเพื่อหาว่าประตูหรือหน้าต่างบานไหนเปิดอยู่ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ “ที่สำคัญนายแก้ผ้าหาพระแสงอะไรในห้องตูเนี่ยยยยยย!!!


“เรียกผมว่ากัปตัน” ชายหนุ่มตบเตียงข้างตัวเป็นเชิงเชื้อเชิญ อย่างที่เกลเพิ่งร้องเสียงหลงออกมานั่นละ หมอนี่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนโชว์ร่างกายคล้ำแดดซึ่งอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแบบที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึงนายแบบหนุ่มโฆษณากางเกงในชาย แต่ถึงอย่างนั้นช่วงล่างที่มีแค่บ๊อกเซอร์สีแดงลายลูกเจี๊ยบก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์นี้ดีขึ้นเท่าไหร่ “ยังไงก็แล้วแต่ ผมก็ต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันหรอกนะ”

แล้วที่เอ็งทำท่าเชื้อเชิญซะขนาดนั้นล่ะฟะ!

“ทักทาย... หรือเปล่านะ?” กัปตันเอียงคอ ท่าทางครุ่นคิด

“ขอเถอะ นายอย่าทำหน้าจริงจังกับอะไรงี่เง่านี่เลย” เกลยกมือห้าม ฉับพลัน เขาก็ตระหนักถึงข้อเท็จจริงบางอย่างขึ้นมาได้จนต้องกุมขมับ ชิบหาย นี่ตูโดนปั่นหัวจนลืมจุดประสงค์แท้จริงไปแล้วเรอะ!?! “ว่าแต่ไอ้คุณกัปตันครับ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมกัปตันไม่ได้อยู่บนเรือแต่มาบุกรุกห้องตูแทนล่ะครับ”

“อืม นั่นสิ ทำไมกันน้า...” ฝ่ายนั้นดูผ่อนคลายจนน่าหมั่นไส้ พลางเกาพุงซิกแพ็คแกรกๆ “นายมีของดีๆเพียบเลยนี่นา”

เกลชะงัก ตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องหรือไงกันนะ เขาคิดอย่างหงุดหงิด “ก็ใช่ ของสะสมของผมในห้องนี้น่ะมีค่ารวมๆแล้วก็- เฮ้ย!” เขาร้องเมื่อกัปตันชูเกมจีบสาวโป๊เปลือยแผ่นที่เขาเพิ่งซื้อวันนี้ขึ้นมาหมุนเล่นเหมือนลูกบาสเก็ตบอล “เอาคืนมานะ อย่าหมุนสิเฟ้ย! ผมยังไม่ได้เล่นเลย”

“เล่นหรือหนีความจริงกันแน่”

“ว่าไงนะ”

“เปล่านี่” กัปตันยิ้ม ผิวปากอย่างยียวน “จะยังไงก็แล้วแต่ เจ้าหนูนี่ก็ใช่ย่อยเลยนะ หนองโพนมโคแท้ๆยังต้องชิดซ้าย ขนาดแค่หน้าปกยังต้องเซ็นเซอร์เลยนะเนี่ย ถ้าผมเก็บกู้เรื่องราวนี่ไป เห็นทีท่านรองคงอยู่ไม่สุขแน่”

“นายพูดเรื่องอะไร” เกลถาม ใจหายวาบกับคำว่าเก็บกู้ “หมายความว่านายจะเอาเกมของผมไปงั้นหรือ”

กัปตันลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง “ปกติผมไม่ค่อยได้เก็บกู้สมบัติลามกแบบนี้หรอกนะ แต่เนื้อเรื่องของเกมนี่แฟนตาซีเกินห้ามใจจริงๆ เพราะฉะนั้นถือเป็นข้อยกเว้นจ้า”

หยุดเลยนะเฟ้ย! นี่มันแผ่นเกมแบบปกลิมิตเต็ตทำออกมาแค่สองร้อยชุดในโลกเท่านั้น ต้องสั่งจองเป็นเดือนๆแถมยังมีฉากจบพิเศษที่ไม่มีในแผ่นปกติด้วย ระ หรือว่า!?! นายตั้งใจจะมาเอาฉากจบแต่แรกอยู่แล้ว”

อีกฝ่ายแสยะยิ้มเป็นนัยว่า รู้แล้วก็ง่ายละ

ใครจะไปยอมกัน!” เกลตะโกน เขาตัดสินใจพุ่งใส่กัปตันทันที มือเอื้อมไปหมายจะชิงแผ่นเกมคืน หนุ่มผมแดงทิ้งของที่ถืออยู่แล้วคว้าข้อมือทั้งสองของเขาก่อนจับเหวี่ยงไปชนกำแพง และอาจเพราะวันๆเกลเอาแต่เล่นเกมดูการ์ตูนอย่างเดียวโดยแทบไม่เคยออกกำลังกายเลยก็เป็นได้ จึงทำให้การดิ้นรนจบลงเร็วกว่าที่คิดไว้

“คิดหรือว่าเด็กหนุ่มบ้าการ์ตูนที่เอาแต่เล่นเกมลามกอย่างนายจะชิงของจากมือจอมสลัดอย่างผมได้น่ะ” กัปตันยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกลสามารถเห็นเงาของตนสะท้อนบนนั้นได้เลย
“เรื่องนั้นผมเห็นด้วยนะ” เขายอมรับพลางขยับยุกยิกอยู่ไม่สุข “แต่ เอ่อ... นายช่วยปล่อยผมได้หรือเปล่า”
กลายเป็นว่าทั้งคู่มาอยู่กันบนเตียงอย่างไม่ตั้งใจ เกลนอนราบไปบนฟูกนุ่มๆโดยมีกัปตันร่างกำยำคร่อมอยู่เหนือเขา มือก็ยึดข้อมือไปด้วย พอมองใกล้ๆแล้วเนี่ย หมอนี่ก็ดูดีเหมือนกันนะ ใบหน้าเรียบเนียนไร้ตำหนิ จมูกโด่งคมสัน ส่วนริมฝีปากก็...

เฮ้ย!?! นี่ตูเพิ่งเคลิ้มไปกับผู้ชายด้วยกันเรอะ!!!

“ลุกออกไปสักทีสิ” เขาส่งสายตาค้อนให้อีกฝ่าย

“หืม ว่าแต่พ่อแม่นายไม่อยู่ที่นี่ใช่ไหม” กัปตันถามยิ้มๆ

เวร! แทนที่มันจะลุกให้ นี่ดันกลับมาถามปัญหาเชาว์สยดสยองใส่อีกแน่ะ! เกลหลบสายตา นี่ถ้าตูบอกความจริงไปสงสัยมีหวังโดนมันเล่นยาวแน่

“เพราะว่าเวลามีฉากแบบนี้จะได้ไม่มีใครโผล่เข้ามาขัดจังหวะแล้วเข้าใจผิดไงละ”

“ไอ้เข้าใจผิดน่ะพอเข้าใจ แต่ขัดจังหวะนี่เอ็งหมายความว่าไงน่ะคร้าบ!” เขาโวยวาย เริ่มดิ้นอย่างจริงจังถึงขั้นเตรียมใจว่าอาจต้องใช้หัวโหม่งกระแทกก็ยอม ทว่านั่นก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะตัดเข้าฉากเลิฟคอเมดี้เช่นกัน(เด็กหนุ่มแทบกรีดร้องที่อยู่ดีๆก็มีความคิดสยดสยองพรรค์นี้ผุดขึ้นในหัว)

แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครเปิดฉากรุกรับใส่กัน(เดี๋ยวสิ ภาษามันแปลกๆแล้วนะ) ตอนนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดผาง จากนั้นก็ปรากฏร่างของเด็กสาวหน้าตาสะสวยชวนตะลึงสองคนถลันหน้าตื่นเข้ามา อะไรกัน มีโจรมาเพิ่มอีกงั้นหรือ เชื่อเขาเลย ไหงแผ่นเกมจีบสาวของเขาถึงได้เป็นที่นิยมกันขนาดนี้เนี่ย!?!

ทั้งคู่เป็นสาวรุ่นอายุน่าจะพอๆกับเขาคือสิบสี่สิบห้า คนแรกผมบลอนด์ปล่อยยาวตรงถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีฟ้าสดฉายกล้าราวกับพร้อมจะมีเรื่องได้ทุกเมื่อ ชุดที่สวมใส่เป็นเสื้อโค้ทตัวโคร่งสีส้มแดงคาดทับด้วยเข็มขัดเส้นหนาเท่าฝ่ามือและมีถุงน่องสีดำห่อหุ่มเรียวขา บนศีรษะเธอวางหมวกโจรสลัดลายกระโหลกแมวเหมียวไว้แบบหมิ่นๆ ส่วนคนที่สองอยู่ในชุดเมดขาวดำกระโปรงสั้นเหนือเข่า ผมของหล่อนมีสีม่วงเข้มเกล้ามวยตึงเปรี๊ยะ ทว่าที่สะดุดตาเกลสุดๆนั้นกลับเป็นใบหูชี้แหลมยาวหนึ่งคืบกับหางเส้นผอมๆดำขลับมันวาวตรงปลายเป็นรูปหัวใจของสาวชุดเมดต่างหาก

“มะ เมดหูเอลฟ์!?!” เกลอุทาน

“ไม่ใช่เอลฟ์สักหน่อย!” อีกฝ่ายตอบทันควัน ก่อนที่ทั้งสองจะชะงักเมื่อสมองแปลผลภาพที่เห็นตรงหน้า พวงแก้มสาวผมบลอนด์เปลี่ยนเป็นแดงซ่าน หล่อนชี้มืออันสั่นเทามาที่พวกเขา ปากอ้าพะงาบๆ ในขณะที่สาวหูชี้ยกมือปิดปากท่าทางตกอกตกใจ “อุ๊ย!

“แฮะๆ โดนจับได้ซะแล้ว” กัปตันแลบลิ้นเล็กน้อยพลางเขกหัวตัวเองเบาๆ

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ จับได้อะไรฟระ! ไหนเอ็งบอกว่าไม่ได้มาเพื่อวายไง!!! ไม่ใช่นะ มันไม่ใช่อย่างที่เธอเห็นน้า- โอ้ววววว!!!!” เกลร้อง ยังไม่ทันพูดจบดีเลย สาวโจรสลัดผมบลอนด์ก็ตัดบท แล้วพุ่งเข้ามาต่อยเขาเต็มแรง “พวกนายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ย้า!!!” ไม่ใช่เขาหรอก อีตากัปตันโรคจิตต่างหากที่เป็นเป้าหมาย ทว่านายนั่นจับเขาขึ้นมาใช้ต่างโล่พร้อมตะโกนบางอย่างประมาณว่า ฮิวแมนบาเรีย!!! เอาเป็นว่ามีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละที่ต้องลงไปนอนกองนับดาวแนบหน้ากับพื้นห้องเย็นๆ

แปลกแฮะ พื้นห้องนอนเขาไม่น่าจะเย็นขนาดนี้นี่นา มันเหมือนอย่างกับ... โลหะงั้นแหละ

จมูกเกลได้กลิ่นน้ำมันเก่าๆหมักหมมนานนับปีผสมกับกลิ่นอับของเชื้อรา ซึ่งเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เด็กหนุ่มก็ตระหนักว่าตนไม่ได้อยู่ในห้องนอนอีกต่อไป กำแพงที่เคยเต็มไปด้วยชั้นวางฟิกเกอร์กับข้าวของจากเกมและการ์ตูนต่างๆก็เหลือเพียงผนังเหล็กเย็นชืด มันไม่ใช่ผนังห้องเขาด้วยซ้ำ คอมพิวเตอร์กับตู้หนังสืออันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย เตียงนุ่มๆคุ้นตากลายเป็นสิ่งที่ดูเหมือนม้านั่งขนาดใหญ่แข็งกระด้าง ส่วนตู้เสื้อผ้าน่ะหรือ เขาไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนกระทั่งเหลือบไปเห็นล็อคเกอร์แคบๆสกปรกคล้ายตู้เก็บไม้กวาดนั่นละ

เขาหลุดมาอยู่ในห้องแคบๆสภาพเหมือนห้องพักในเรือเดินสมุทรเสียแล้ว!?! เป็นไปได้ยังไง ไม่มีเหตุผลเลย?

ทันใดนั้นเอง หลอดไฟกลมซึ่งห้อยจากเพดานกะพริบริบหรี่ ความมืดมิดเลื่อนไหลเข้ามาภายในห้องดั่งสายหมอกเย็นเยียบ อุณหภูมิรอบๆลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ความใฝ่ฝันกับความหวังถูกพรากจากหัวใจเกลออกมากับลมหายใจขาวโพลน เขาถูกความหดหู่ที่เกิดขึ้นฉับพลันจู่โจมจนแทบไม่อยากหายใจอีกต่อไป

อสูรกายร่างมนุษย์ที่บิดเบี้ยวก่อตัวขึ้นท่ามกลางเงาสลัว เด็กหนุ่มสัมผัสถึงลมหายใจแผ่วๆบนแก้มขวา ตัวประหลาดวิปลาศเข้าประชิดเขา มันมีกลิ่นหวานเอียน และร่างอันเลือนรางของมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนหนอนอวบๆเปียกแฉะ

บางสิ่งแนบลงกลางอก กรงเล็บแหลมคมจิกเนื้อ ความรู้สึกเจ็บแปลบมาพร้อมกับการรุกล้ำของสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง มันคล้ายกับปรสิต ชอนไชเข้าไปข้างในตัวเด็กหนุ่มลึกถึงกระทั่งจิตวิญญาณ และกักขังเขาไว้ใต้อำนาจแห่งความสิ้นหวัง มันค่อยๆผสานกลายเป็นส่วนหนึ่ง เจ้านั่นกำลังเปลี่ยนตัวเองเพื่อมาแทนที่เขา!!!

“เมจิกเชี่ยน พาวเวอร์ แอ็กทิเวทเต็ต!” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากไหนสักแห่ง เจิดจ้าดั่งแสงตะวันสาดส่องลงมายังก้นบึ้งอันหนาวเยือก “เอซ ออฟ แวนด์ ลิตเติ้ล ไฟร์”

แสงสว่างวาบในฉับพลันทันใด คลื่นความร้อนบาดผิวแทบไหม้ม้วนตัวถาโถมใส่เกลผ่านมาและผ่านไปในชั่วเสี้ยววินาที ซึ่งถ้าขืนอ้อยอิ่งแช่นานกว่านี้ละก็ เขาคงสุกเป็นบาร์บีคิวไปแล้ว เปลวเพลิงเผยให้เห็นสัตว์ร้ายน่าสยดสยองรูปร่างสูงเก้งก้างเหมือนไม้เสียบผีซึ่งมีศีรษะทรงถังน้ำ ส่วนที่ควรจะเป็นอวัยวะบนใบหน้าปรากฏเพียงรูกลวงเท่านั้น ผิวของเจ้านั่นเป็นสีม่วงใสมองทะลุอีกด้านได้ มันปลิวกระเด็นไปชนกับผนังเหล็กสนิมเขรอะ เสียงโหยหวนฟังคล้ายขลุ่ยเพี้ยนๆดังจากรูทั้งเจ็ดบนหน้า จากนั้นกลุ่มก้อนอัคคีก็บดกระแทกและกลืนกินมันเข้าไป สัตว์ร้ายซึ่งทักทอขึ้นจากเงาดิ้นเร่าๆก่อนจะระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

อากาศอับชื้นแฝงกลิ่นโลหะกับน้ำมันเครื่องทำให้เกลสำลักหลังจากหายใจเข้าไปเต็มปอด ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นอากาศบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ในสถานการณ์เช่นนี้ อารมณ์หดหู่สิ้นหวังส่วนใหญ่จางหายไปจากใจแทบจะทันทีที่ความอบอุ่นของไฟอาบไล้ร่างเขา แต่ก็ยังมีบางส่วนเกาะกุมข้างในลึกๆไม่ยอมไปไหน ดึงเอาความทรงจำร้ายๆที่ถูกรังเกียจเดียดฉันท์ออกมา วินาทีที่เขาถูกปฏิเสธความเป็นเพื่อนด้วยเหตุผลว่า เพราะนายมันน่าขยะแขยงไงละ ใช่ๆ พวกโอตาคุน่ะทุเรศที่สุด! ...คาบเรียนที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวเนื่องจากไม่มีใครอยากให้ร่วมกลุ่มด้วย

ตลอดคาบแกเขียนอะไรอยู่น่ะ ไหนดูซิ อ้าว นิยายนี่นา เรื่องรักแรกของผมใครบางคนพูดเสียงดัง เรื่องนี้เกี่ยวกับความรักครั้งแรกของผม พูดอะไรน่ะเกล นายมันโอตาคุไม่ใช่เรอะ นายจะไปมีความรักกับใครเขาได้ไง เฮ้ คาเรน! ดูเหมือนเกลจะแอบชอบเธออยู่น่ะ

ไม่จริงน่า อี๋ น่าเกลียดที่สุด อีกเสียงดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะครืน เป็นเสียงผู้หญิง

นั่นฉันล้อเล่นน่ะ ไม่สิ ดูเหมือนว่าสเป็คของหมอนี่จะเป็น... พวกเอลฟ์หูแหลมๆละ แล้วก็พวกมีหู... สัตว์? นายเป็นพวกชอบหมาแมวเหรอ? อย่างที่คาดไว้เลย วิปริตชะมัด

นั่นสิ น่ารังเกียจเป็นบ้า อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ!’

แค่ต้องใช้อากาศหายใจเดียวกับนายก็อยากอาเจียนแล้วละ

……………………………………..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น