วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

The Heroes of Olympus : “โลหิตแห่งโอลิมปัส” - เมื่อมนุษย์กึ่งเทพคนหนึ่งเลือดกำเดาไหล ก็ถึงเวลาโลกาวินาศเสียที


หลังจากดองมาตั้งแต่ช่วงงานหนังสือ ในที่สุดก็ได้ฤกษ์หยิบนิยายเล่มหนาลงจากหิ้งมาอ่านสักที ซึ่งพอได้อ่านจริง ผมไม่อยากบอกเลยว่าระยะเวลาการดองกับการอ่านมันแปรผกผันอย่างน่าตกใจ เพราะผมสามารถ่านนิยาย 500 หน้าจบภายใน 18 ชั่วโมงเท่านั้น แหม ชักเริ่มกลัวตัวเองแล้วสิ

ดังนั้นครั้งนี้ก็เลยอยากจะมาบ่นเกี่ยวกับหนังสือที่ผมเพิ่งอ่านจบไปด้วยพลังมิวแทนต์ของผมเอง หนังสือเล่มนี้มีชื่อไทยว่า “โลหิตแห่งโอลิมปัส” ซึ่งเป็นนิยายลำดับที่ 5 ของซีรีย์ The Heroes of Olympus แต่จริงๆ แล้วจัดได้เป็นเล่มหลักลำดับที่ 10 ของเพอร์ซีย์ แจ๊กสันอันโด่งดัง(ถ้าตัวเลขผมบอกผิดก็ขออภัยนะครับ งวดนี้เขียนเอามันเท่านั้นจ้า) แม้ว่าในเล่มสุดท้ายนี้จะไม่ได้เดินเรื่องด้วยเพอร์ซีย์เลยก็ตามที

ผมคงไม่ขอกล่าวถึงหนังสือเล่มอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเชื่อว่าทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วถึงความวิเศษวิโสของซีรีย์นี้ ในบรรดานักเขียนที่ผมชื่นชอบ ผมจัดให้ผลงานของริก ไรเออร์แดนโดดเด่นพอๆ กับโอเว่น โคลเฟอร์ผู้ให้กำเนิดซีรีย์อาร์ทิมิสต์ ฟาวล์เลยทีเดียว ทว่านั่นก็ก่อนที่ผมจะอ่าน “โลหิตแห่งโอลิมปัส” จบ คืออย่างนี้นะครับ หลังจากที่ผมอ่านจบ จากคะแนน A ที่อยู่ในใจผม ผมลดให้เหลือแค่ B ทันที ส่วนจะบวกหรือลบก็คิดกันเอาเองนะครับ



แรกสุด นับตั้งแต่มาสู่ยุคของ The Heroes of Olympus นิยายชุดนี้ก็เริ่มเรียกว่าเป็นซีรีย์ของเพอร์ซีย์ แจ๊กสันไม่ได้เต็มปากแล้ว เนื่องด้วยตัวละครใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาแย่งซีนกันเอง โดยเฉพาะเจสัน เกรซที่ผู้เขียนพยายามจะเอามาเป็นตัวเอกควบคู่(หรือโดดเด่นกว่า) ซึ่งในเรื่องนี้แกมีรัศมีเทียบเคียงกับเพอร์ซีย์เลยทีเดียว ประมาณว่าเป็นร่างอวตารของพระเอกเดิมของเรา เพียงแต่เป็นภาคของบุตรแห่งจูปิเตอร์ บอกตามตรงนะครับว่าในเล่มแรกที่แกโผล่มาแล้วเด่นโคตรๆ เนี่ย ผมไม่ชอบขี้หน้าเลยสักนิด อารมณ์ประมาณว่า แล้วเพอร์ซีย์ล่ะ เอ็งเอาเพอร์ซีย์ตรูไปซ่อนที่ไหนฟระ!!!

ผมว่ามันเป็นความตั้งใจของผู้เขียนเองด้วยแหละที่จะเพิ่มตัวเอกเข้ามาเพื่อให้รับกับโครงเรื่องใหม่ แต่ปัญหาก็คือ คนอ่านติดกับภาพของเพอร์ซีย์ แจ๊กสันไปแล้ว ทำให้การเพิ่มเจสัน เกรซกับทีม รวมถึงการเปลี่ยนคู่หูคนใหม่ให้พระเอกเดิมจึงกลายเป็นเรื่องท้าทายขึ้นมาทันที ซึ่งเอาจริงๆ นะเล่มแรกของ The Heroes of Olympus ทำผมไปต่อไม่ถูกเลยพักหนึ่ง จนกระทั่งขึ้นเล่มสองถึงได้คุ้นขึ้นมาบ้าง

แต่แล้วริคก็มาตกม้าตายเสียเองในเล่มจบ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามนะครับ อาจเป็นสำนักพิมพ์ที่ต้องการให้ตัดจบที่เล่มนี้โดยให้โควตาแค่ 500 หน้าบวกลบเท่านั้น(อันนี้คิดเอง) ทว่า “โลหิตแห่งโอลิมปัส” ถือเป็นความล้มเหลวอย่างรุนแรงของตำนานเทพเจ้ากรีกเพี้ยนเกรียนเทพนี้เลย ความจริงแววหายนะนั้นเริ่มเผยให้เห็นกันตั้งแต่เล่ม “เคหาสน์แห่งฮาเดส” แล้ว ในเรื่องของบทบาทตัวละครที่เยอะเกินไปจนทำให้เนื้อเรื่องหลักดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ความอึดอัดของการแทรกบทไปมาระหว่างตัวละครที่ล้นทะลักเหมือนแล็กตาซอยเอ็กซ์ตร้า(ลองดูดให้หมดรวดเดียวดู แล้วจะรู้ว่าอาการอยากอ้วกมันเป็นยังไง)คือขอบ่นหน่อยเถอะ ผมอยากรู้ชะตากรรมของเพอร์ซีย์กับแอนนาเบธจะแย่อยู่แล้ว แบบ กำลังจะถูกอสุรกายฆ่า อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียว!!! และก็วูบ กลับไปฉากบนอาร์โก้สองอีกแล้ว คือถ้ามันตัดบทไม่สลับไปมามากนักอาจให้อภัยได้ ทว่านี่สลับบทเป็นสิบครั้งเลย ซึ่งทุกครั้งทำในช่วงที่กำลังตื่นเต้นสุดๆ ด้วย จริงๆ นี่เป็นเทคนิคที่ดีนะครับ แต่มันอ่านแล้วเหนื่อยมาก ซึ่งพอเหนื่อยก็ทำให้เริ่มเบื่อ บอกตามตรง เล่มเคหาสน์ฮาเดสผมใช้เวลาอ่านเป็นเดือนเพราะเซ็งกับไอ้การข้ามเนื้อเรื่องสลับระหว่างตัวละครนี่แหละ นี่คือความผิดพลาดแรกของการใส่ตัวละครหน้าใหม่เพิ่มมาเยอะแยะ แถมยังให้ความเด่นแบบแย่งซีนกันเองอีก

พอมาเล่ม “โลหิตแห่งโอลิมปัส” คราวนี้พังเลยครับ ให้เริ่มต้นตรงไหนดีล่ะ อ้อ ที่เพอร์ซีย์กับแอนนาเบธแล้วกัน สำหรับคนอื่นผมไม่รู้นะ แต่กับผม ที่ผมตามอ่านเรื่องนี้เพราะติดคู่พระนางจากนิยายซีซั่นแรก แล้วนี่มันอะไร พี่คนเขียนแกให้ทั้งสองตัวกลายเป็นตัวประกอบเฉยเลย ทั้งที่เล่มก่อนหน้าเน้นการเดินเรื่องจากมุมมองของทั้งคู่ซะครึ่งเล่ม มันอะไรครับ ยิ่งฉากที่ไพเพอร์กับแอนนาเบธลงใต้ดินด้วยกันเนี่ย แกเล่นลดสเกลความสามารถของแอนนาเบธจากที่ฉลาด เก่ง เป็นนักวางแผนในทุกเล่มที่ผ่านมาเหลือแค่เด็กวัยรุ่นสติแตก หรือนักสู้สุดเทพอย่างเพอร์ซีย์ที่โดนพิษเข้าไปง่ายๆ จากนั้นก็นอนง่อยให้เจสันโชว์พาวอยู่คนเดียว นี่ยังไม่ได้พูดถึงการสอดบทพูดของเพอร์ซีย์ในการเดินเรื่องฉากทั่วๆ ไปด้วยนะ คือแกโผล่มาแบบตัวประกอบชัดๆ เป็นตัวประกอบที่ดันไปมีชื่อเหมือนพระเอกซีซั่นที่แล้ว ทั้งที่เล่มก่อนหน้ายังเพิ่งโชว์เทพในนรกมาหมาดๆ เอง อย่างนี้ไม่แปลกไปหน่อยหรือครับ

นอกจากนี้ เนื้อหาของเล่มนี้เมื่อเทียบกับเล่มจบของซีซั่นแรก เรียกว่าเทียบกันไม่ติด ไกอาซึ่งเป็นอาเจ๊ที่เห็นได้ชัดว่าร้ายกาจมากๆ อย่างที่ผู้เขียนประกาศมาตั้งแต่เล่มแรกของซีซั่น 2 แถมยังเป็นแม่ของตัวร้ายในซีซั่นแรก(โครนอส)ด้วย นี่เรียกว่าตายโคตรง่ายยยยยย ทั้งที่ตอนสู่กับรุ่นลูกนั้นอย่างอลังการ เหล่าเทพเจ้าโผล่มาเจ๋งๆ ฉากเดียวราวกับไม่มีเงินจ่ายค่าตัวดาราอย่างนั้นแหละ จบแบบปล่อยชะตากรรมตัวละครหลายตัวให้ค้างคา ลองย้อนกลับไปสมัยตอนจบซีซั่น 1 สิครับ ตอนนั้นเหล่าเทพมีการประชุมกัน มีบอกชะตากรรมตัวละครแต่ละตัวชัดเจน เกิดอะไรขึ้นกับลุค เฮอร์มีส เรเชล อลิซาเบธ แดร์(ชอบชื่อคุณเธอจริงๆ) กระทั่งลุคที่เป็นตัวร้ายกลับใจวินาทีสุดท้ายก็ยังได้รับการกล่าวถึง ตอนนั้นถือเป็นตอนจบที่ครบถ้วนสมบูณ์แบบ ในขณะที่ “โลหิตแห่งโอลิมปัส” นั้นมีตอนจบที่สั้นห้วน ไม่ใช่กระชับนะครับ แต่สิ่งที่ควรมีอยู่กลับไม่มีซะอย่างนั้น หายไปเพียบเลย

สำหรับเล่มนี้ ผมจะไม่กล่าวแนะนำนะครับว่าควรสอยมาอ่านหรือไม่ เอาเป็นว่าใครที่ตามกันมานานตั้งแต่ซีซั่นแรกก็จงหยิบเงินออกมา แล้วตรงไปร้านหนังสือที่ใกล้ที่สุด สอยมาสักเล่ม เพื่อที่จะได้อรรถรสครบถ้วนเท่าที่นักเขียนผู้แสนดีจะมอบให้ได้ ผมหวังแค่ว่าริค ไรเออร์แดนจะมีออกเพิ่มอีกสักบทสองบทเพื่อทำให้เนื้อเรื่องตอนจบสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ(หรือมีแล้ว แต่ผมไม่รู้หว่า)



ปล.ยังไม่ได้ดูอเวนเจอร์ 2 เลยอ่ะ งานเยอะมากกกกกกก

ปล.2 ทำไมช่อง ABC มันไม่ทำ Forever ซีซั่น 2 ต่อฟระ! หนังเรื่องนี้ออกจะได้ ทีหนังห่วยๆ ยังเจือกจะต่อภาคใหม่อีกนะเฮ่ย!

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ29 มกราคม 2565 เวลา 05:30

    What is Baccarat? Definition of Baccarat - WORRIIT
    The meaning of baccarat is one bet or bet where the player wagers the money that they think will be paid out as the amount 바카라 사이트 won. 바카라 사이트 In fact, most sportsbooks and betting apps 제왕카지노

    ตอบลบ