วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

The Heroes of Olympus : “โลหิตแห่งโอลิมปัส” - เมื่อมนุษย์กึ่งเทพคนหนึ่งเลือดกำเดาไหล ก็ถึงเวลาโลกาวินาศเสียที


หลังจากดองมาตั้งแต่ช่วงงานหนังสือ ในที่สุดก็ได้ฤกษ์หยิบนิยายเล่มหนาลงจากหิ้งมาอ่านสักที ซึ่งพอได้อ่านจริง ผมไม่อยากบอกเลยว่าระยะเวลาการดองกับการอ่านมันแปรผกผันอย่างน่าตกใจ เพราะผมสามารถ่านนิยาย 500 หน้าจบภายใน 18 ชั่วโมงเท่านั้น แหม ชักเริ่มกลัวตัวเองแล้วสิ

ดังนั้นครั้งนี้ก็เลยอยากจะมาบ่นเกี่ยวกับหนังสือที่ผมเพิ่งอ่านจบไปด้วยพลังมิวแทนต์ของผมเอง หนังสือเล่มนี้มีชื่อไทยว่า “โลหิตแห่งโอลิมปัส” ซึ่งเป็นนิยายลำดับที่ 5 ของซีรีย์ The Heroes of Olympus แต่จริงๆ แล้วจัดได้เป็นเล่มหลักลำดับที่ 10 ของเพอร์ซีย์ แจ๊กสันอันโด่งดัง(ถ้าตัวเลขผมบอกผิดก็ขออภัยนะครับ งวดนี้เขียนเอามันเท่านั้นจ้า) แม้ว่าในเล่มสุดท้ายนี้จะไม่ได้เดินเรื่องด้วยเพอร์ซีย์เลยก็ตามที

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558

The Seventh Son (เกือบๆ จะ)รีวิว...


บอกก่อนว่านี่ไม่ใช่รีวิวนะครับ แต่เป็นการสาธยายความรู้สึกล้วนๆ หลังจากดูหนัง(ที่ไป.....มา) ถึงอย่างนั้นผมก็ตั้งเป้าว่าจะซื้อ DVD เก็บนะครับ โดยเฉพาะกับหนังเรื่องนี้ The Seventh Son โดยคุณปู่ Jeff Bridges, Ben Barnes, Julianne Moore และอื่นๆ ทว่าเด่นๆ ก็ 3 คนนี้แหละครับ



อันดับแรก ผมตามเรื่องนี้เพราะดารา 2 คน นั้นคือคุณปู่ Jeff ผมชอบสำเนียงแกมาก โดยเฉพาะบทในเรื่องของ R.I.P.D. ที่แกซึ่งแกเล่นกับไรอัน เรย์โนลด์ เหมือนกับแกเกิดมาเพื่อเป็นคาวบอยปราบผีชัดๆ เลย ส่วนดาราอีกคนก็ Barnes ที่โดนใจกับหนังเรื่องโดเรียน เกรย์ แม้ว่าตอนจบจะน่าเสียดายความหล่อไปหน่อยก็เถอะ ซึ่งพอมาดูเรื่องนี้แล้ว บอกตรงๆ ก็ไม่ผิดหวังนะครับ ปู่แกเล่นดีมาก โดยเฉพาะบทใจร้ายนี่แหละเหมาะจริงๆ แถมยังเล่นขโมยซีนพระเอกหนุ่มของเราไปเสียหมด(ส่วนทางแม่มดตัวร้าย เจ๊ Moore ก็แย่งซีนนางเอกจนคุณเธอกลายเป็นตัวประกอบไปเลย น่าสงสารจริงๆ)

หนังเรื่องนี้จุดเด่นอยู่ที่การเดินเรื่องฉับไว ไม่มีอะไรซับซ้อน(ซึ่งไอ้ไม่ซับซ้อนนี่แหละที่กลายเป็นจุดอ่อนของหนังไปในตัว) เอ็ฟเฟ็คนี่โคตรอลังการโดยเฉพาะตัวร้ายต่างๆ แม้ว่าฉากตอนเสาหล่นจะซิวนางเอกมันจะดูไม่สมจริงเท่าไหร่ก็เถอะ แอ๊กชั่นนี่ขอบอกว่าตื่นเต้นพอสมควร ส่วนเนื้อเรื่องน่าสนใจตรงที่การดึงเอาตำนานบุตรคนที่เจ็ดของบุตรคนที่เจ็ดมาเล่นผสมผสานกับอัศวินและยุคล่าแม่มดได้อย่างลงตัว ก็อย่างว่าแหละครับ เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือชุด The Wardstone Chronicles ซึ่งเป็นนิยายขายดีของอังกฤษเขา ซึ่งจากที่ค้นข้อมูลมานั้นมีออกมาแล้ว 13 เล่มด้วยกัน ถ้าไม่ดังหรือสนุกก็ให้รู้กันไป



ผมค่อนข้างแปลกใจนะครับที่ทั้งฝรั่งแล้วก็คนส่วนใหญ่ให้คะแนนหนังเรื่องนี้ค่อนข้างแย่ บวกกับบทวิจารณ์เสียๆ หายๆ ต่างๆ นา ผมก็เห็นด้วยส่วนหนึ่งนะครับ เนื่องจากเชื่อว่าถ้าใส่ปมซับซ้อนกว่านี้เข้าไปสักหน่อย ความน่าสนใจจะเพิ่มขึ้นเยอะ บวกกับแอ๊กชั่นประมาณนี้ โอ้ นี่มันดิ อเวนเจอร์ชัดๆ (เวอร์ไปมะ) ในขณะที่ตัวหนังปัจจุบันค่อนข้างเรียบ เดินเรื่องตรงๆ แล้วก็ตัวร้ายที่ดูอลังการมากๆ โผล่มาแบบตายง่ายไปหน่อย แถมตัวบอสใหญ่ยังตายด้วยมือของพวกเดียวกันเองแทนที่จะเป็นพระเอกหรือคู่รักเก่าอีกต่างหาก ก็ต้องให้เขาหน่อยแหละครับ เพราะหนังที่สร้างจากหนังสือส่วนใหญ่จะติดปัญหาเรื่องเวลาฉายที่มีแค่ 2 ชั่วโมงนิดหน่อย เขาไม่สามารถอัดรายละเอียดทั้งหมดในหนังสือลงไปได้หรอก ดังนั้นจึงต้องมีการตัดเสริมเติมแต่งเข้าไปให้จบได้ในเวลาที่กำหนด นี่จึงเป็นข้อเสียของหนังที่สร้างจากหนังสือ โดยเฉพาะแนวแฟนตาซีหรือไซไฟ แต่สำหรับตัวผมเอง ผมให้ 9 เต็ม 10 นะครับเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ประการ คือ ผมชอบแนวนี้โดยส่วนตัวอยู่แล้ว และ 2 คือ เรื่องนี้ทำออกมาดูง่าย เอ็ฟเฟ็คใช้ได้ และมีรายละเอียดที่ดีโดยเฉพาะแนวคิดที่ค่อนข้างแหวกจากเรื่องอื่นๆ เรียกว่านึกจะแอ๊กชั่นก็จัดเลย ไม่มีรีรอแต่อย่างใด

ส่วนแม่ผมให้คะแนนที่ 8 เต็ม 10 จ้า

ผมแนะนำเรื่องนี้นะครับ สำหรับใครก็ตามที่กำลังหาหนังแนว dark fantasy ที่มีกลิ่นอายยุคกลาง การล่าแม่มดกับฉากแอ๊กชั่นมันๆ ถึงใจ เนื้อเรื่องเข้าใจง่ายมาก เน้นต่อยตีเป็นหลัก(ถึงช่วงต้นเรื่องจะเกริ่นไปหน่อยก็เถอะ แต่ตอนเปิดตัวด้วยการให้เจอแม่มดตัวร้ายแต่แรกเลยก็เป็นการลบความน่าเบื่อของการเกริ่นได้ค่อนข้างดี) ดูได้สนุกๆ คลายเครียด เหมาะกับการซื้อเก็บเป็น DVD ติดบ้าน นับว่า The Seventh Son ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลย



ปกฉบับหนังสือครับ ว่าจะไปหามาอ่านดูสักหน่อย


ไว้ถ้ามีอารมณ์จะมาบ่นหลังไปดูอเวนเจอร์กับ ANT-man แล้วนะครับ 2 เรื่องนี้ก็จัดเป็นสุดยอดเหมือนกัน

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

[เรื่องเล่าจาก LINE] อันนี้ผมไปเจอมา เห็นว่าน่าสนใจมากครับสำหรับคนที่ต้องการแนวคิดในการทำธุรกิจ

15 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมลงทุนทำธุรกิจ ผมต้องเดินทางไปดูงานที่เมืองหนึ่ง
หลังจากพูดคุยเรื่องธุรกิจเสร็จแล้ว ผมได้เข้าไปซื้อของขวัญในห้างสรรพสินค้า
ปกติ เวลาเดินห้างฯ ผมชอบพกเหรียญติดตัวไปด้วย เพราะแถวนั้นมักมีขอทานอยู่ ผมให้เงินเขาเหล่านั้นทีละเหรียญสองเหรียญ แค่นี้ผมก็รู้สึกเป็นสุขใจแล้ว
วันนี้ก็เหมือนกัน ในกระเป๋าของผมก็มีเศษเหรียญอยู่มากพอที่จะให้ขอทานได้หลายๆคน

หลังจากเดินดูของอยู่หลายร้านและได้ของขวัญที่ถูกใจแล้ว ผมก็เดินออกจากห้าง
จู่ๆ สายตาของผมก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กชายคนหนึ่ง ในมือของแกถืออะไรสักอย่างและกำลังมองมาทางผมเช่นกัน สายตาของเด็กดึงผมให้เดินเข้าไปหา
เด็กคนนี้อายุน่าจะประมาณ 13-14ปี แกแต่งตัวดูสะอาดเรียบร้อย ผมเผ้าก็หวีเข้ารูปเข้าทรง แต่ที่แตกต่างจากเด็กอื่นๆก็คือ จากที่ในมือน่าจะถือไอศครีมแต่แกกลับถือป้ายแทน และป้ายที่แกถือนั้นวาดรูปเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังขัดรองเท้าอยู่ และมีข้อความเขียนว่า
“ผมอยากได้อุปกรณ์ขัดรองเท้า”
ในเมื่อยังพอมีเวลาอยู่ ผมก็เลยคุยกับเด็กชายคนนี้
“อุปกรณ์ขัดรองเท้าราคาเท่าไหร่เจ้าหนู?”
“125 เหรียญครับ” เด็กชายมองมาด้วยแววตาแบบมีความหวัง
“ฉันว่ามันแพงเกินไป” พูดเสร็จผมก็ส่ายหน้า
“ไม่เลยครับ ผมสอบถามร้านค้าส่งในตลาดมา 4 รอบแล้ว ไม่มีร้านไหนขายถูกกว่านี้แล้วครับ ”
เด็กชายเล่าอย่างตั้งใจ

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประกาศสักเล็กน้อย

สืบเนื่องจากเมื่อวานที่ผมอ่านแล้วผิดแบบเยอะมาก ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่ผมควรจะกลับไปศึกษาและปรับความรู้เพิ่มเติมใหม่ ผมจะหยุดบันทึกลงในนี้ช่วงหนึ่ง(รู้สึกผิดแทนคนอ่านเลย ถ้ามีนะครับ)

เอาไว้ผมค้นพบบางอย่างแล้ว ผมจะกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะอ่านผิดเพราะอะไร หรือต้องอ่านยังไงเพื่อให้มันดี ผมจะมาแชร์กันให้ทราบนะครับ

KittenLightSaber

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[ทดลอง - สัปดาห์ที่ 4] อ่านไพ่ศึกษาแนวโน้มตลาดประจำวันจันทร์ที่ 23/02/58

ในที่สุดก็มาถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้แล้วครับ บอกตามตรง เดือนนี้กำไรผมผันผวนมาก วันหนึ่งขึ้นอยู่ดีๆ 10% ของทั้งหมด แต่มาอีกวันกลับเหลือแค่ 4%


ดัชนีตลาดของสัปดาห์นี้ จันทร์ถึงอังคาร ไพ่ 6 เหรียญ มีการแจกทรัพย์กันพอสมควร ผมเชื่อว่าขึ้นครับ ส่วนอังคารกับพุธ ถ้าช่วงต้นดี ช่วงกลางก็จะยังแรงกันต่อไป มีเกณฑ์พุ่งสูงขึ้นไปอีก ก่อนที่จะมาแผ่วในวันศุกร์เพื่อรีรอดูสถานการณ์ของเดือนหน้าครับ เชื่อว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ของการกอบโกย

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[ทดลอง - รายวัน] อ่านไพ่ศึกษาแนวโน้มตลาดประจำวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 58


วันสุดท้ายของสัปหาห์แล้วครับ ดัชนีวันนี้ ทายว่ามีโอกาสขึ้นครับ แต่ก็ผันผวนพอดู สำหรับตลาดเช้า เป็นช่วงที่รีรอกันครับ ราคาจะไม่ขยับขึ้นเท่าที่ควร เหมือนขึ้นแล้วค้างๆ จากนั้นก็จะเริ่มเทลงในช่วงบ่าย ก่อนที่จะหาทางกลับมาปิดในราคาที่ใกล้เคียงกับตอนเปิดที่สุด(ยอมรับว่าไพ่วันนี้ไม่ดีเท่าไหร่ แนวโน้มผมจะเชื่อว่าลบเป็นหลักครับ) แต่ด้วยอิทธิพลของอัศวินดาบ ทำให้ตลาดจะยังไม่ยอมทิ้งลงง่ายๆ

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[ทดลอง - รายวัน] อ่านไพ่ศึกษาแนวโน้มตลาดประจำวันพฤหัสฯที่ 19 ก.พ. 58

หายหน้าไปนานพอสมควรครับ ไม่ได้หายไปไหนจริงๆ ผมยังคงเปิดไพ่อยู่ทุกวัน เพียงแต่ช่วงนี้ติดปั่นต้นฉบับจนไม่มีเวลาว่างมาเลยครับ


แนวโน้มตลาดวันนี้ โดยรวม ตลาดพยายามจะเขียวเพิ่มขึ้นให้ได้ ทว่าก็ยังคงถูกกดหัวเอาไว้ไม่ให้ขึ้นครับ ทายว่าวันนี้แกว่งในกรอบแคบๆ(ไพ่กำลัง) ส่วนช่วงเช้า มีโอกาสมากที่จะปิดแดงในช่วงเที่ยง ดัชนีค่อยๆ ลดลง แต่ในช่วงบ่าย จะมีแรงซื้อเข้ามาสู้(ถ้าเช้าแรงขายเยอะกว่า แต่หากเช้าซื้อเยอะ บ่ายจะมีแรงขายเข้ามาปะทะ) ในช่วงนี้ดัชนีผันผวนในระหว่างการเล่น ซึ่งทายว่าตอนปิดตลาดจะยังสามารถปิดเขียวได้อยู่